วิเคราะห์ฟุตบอลกับ Sbobet แนวโน้มตลาดซื้อขายนักเตะรอบที่ 2

วิเคราะห์ลูกหนังกันที่นี่ Sbobet สาเหตุที่ทำให้ มาดริด นั้นตกต่ำ

    วิเคราะห์ฟุตบอลกับ Sbobet ทีเด็ดของคอบอลออนไลน์ในตอนนี้ เราจะพาทุกท่านไปดูภาพรวมมองอนาคตกันว่าจะมีอะไรที่มันเกิดขึ้นกันบ้างในช่วงเปิดตลาดซื้อขายนักเตะในรอบที่ 2 ของฤดูกาล 2018-2019 นี้ ว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นบ้าง

นักเตะคนแรกเลที่เราต้องวิเคราะห์กันเพราะว่าน่าจะตกเป็นเป้าหมายของหลายๆ ทีมใหญ่ในยุโรปก็ว่าได้ นักเตะคนนั้นก็คือ คริสเตียน พูลีซิส น่าจะเป็นคนแรกๆ เลยที่จะต้องได้ย้ายทีม เพราะใครๆ ก็รู้จักฝีเท้าของกัปตันอเมริการายนี้ดี ตอนที่อยู่เสือเหลือง ดอทมูนด์ นั้นก็จัดว่าฝีเท้าไม่ธรรมดา ทำให้เจ้าตัวนั้นตกเป็นข่าวกับทีมสิงห์บลู เชลซี รวมไปถึงกับทีมหงส์แดง ลิเวอร์พูล อีกด้วย

แถมค้าตัวนั้นเราก็ต้องวิเคราะห์กันไปเลยว่าไม่ต่ำกว่า 70 ล้านปอนด์อย่างแน่นอน เพราะเจ้าตัวนั้นก็อายุยังน้อย เพียงแค่ 20 ปีเท่านั้น แต่เจ้าตัวก็ยังคงมีสัญญาที่เซ็นต์เอาไว้กับเสือเหลือง จนถึงปี 2020 แถมเจ้าตัวก็ออกมายอมรับอีกว่า เค้าเองก็มีความฝันที่อยากจะมาลากเลื้อยอยู่ในศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เช่นเดียวกัน เรียกได้ว่าตรงนี้จะยังไม่ได้บอกว่าจะมาลากเลื้อยกับทีมไหนก็ตาม

อีกหนึ่งตัวนักเตะเลยที่เราวิเคราะห์กันว่าน่าจะมีโอกาสย้ายทีมในตลาดซื้อขายนักเตะหน้าหนาวนี้ เขาคนนั้นก็คือ อาแทนส์ เจอร์ริซ จากทีมอาแจ็ค อัมเตอร์ดัม แล้วสโมสรที่เจ้าตัวน่าจะมีโอกาสได้ย้ายไปก็คือ ทั้งทีมปีศาจแดง ทีมเรือใบสีฟ้า รวไปถึงยังมีทีมไก่เดือยทอง แล้วก็มีทีมหงส์แดงอีกด้วย เรียกได้ว่าเป็นบิ๊กทีมในพรีเมียร์ลีกทั้งนั้นที่เจ้าตัวนั้นไปมีข่าวด้วย แล้วก็คาดการณ์กันว่าค่าตัวของนักเตะรายนี้น่าจะอยู่ที่ราวๆ 60 ล้านปอนด์

ที่เรียกได้ว่าเจ้าตัวนั้นทำผลงานได้ดีจนกลายมาเป็นกำลังหลักของทีมอาแจ็คไปแล้ว ด้วยจุดเด่นที่ว่าเจ้าตัวนั้นอายุเพียงแค่ 19 ปีเท่านั้น แต่ก็ได้ติดทีมชาติฮอลแลนด์เข้าไปอีก ดีกรีก็เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเลยทีนี้ เนื่องจากว่าผลงานของเจ้าตัวนั้นเล่นในตแหน่งกองหลังที่มีความคงเส้นคงวา มีความเสถียรดีมากๆ เลยทีเดียว พูดสั้นๆ ว่านักเตะรายนี้ก็นิ่งเกินอายุเลยทีเดียว

อีกหนึ่งนักเตะคนสุดท้ายเลยที่เรนำมาวิเคราะห์ฟุตบอลกับ Sbobet ในตอนนี้ก็เรียกได้ว่าน่าจะย้ายทีมแน่ๆ ก็คือ เอริค บายยี่ จากทีมปีศาจแดง และ สโมสรที่เจ้าตัวน่าจะย้ายไปก็คือ ไม่เป็นปืนใหญ่ อาร์เซนอล ก็เป็น ไก่เดือยทอง สเปอร์ส นั่นเอง คาดการณ์ค่าตัวก็ราวๆ 25 ล้านปอนด์ แล้วนี่ก็คือการมองอนาคตตลาดซื้อขายนักเตะในช่วงหน้าหนาวนี้ นั่นเอง

เรื่องเล่าฟุตบอลกับ Sbobet เปิดประวัติศาสตร์คู่ที่ได้ชื่อว่าเดือดที่สุดในโลก ซูปเปอร์ กลาซิโก้

เรื่องเล่าฟุตบอลกับ Sbobet เปิดประวัติศาสตร์คู่ที่ได้ชื่อว่าเดือดที่สุดในโลก ซูปเปอร์ กลาซิโก้

    สวัสดีแฟนฟุตบอลออนไลน์ทุกท่าน เรื่องเล่าฟุตบอลกับ Sbobet ในตอนนี้เราจะพาไปดูประวัติศาสตร์ของคู่ที่ได้ชื่อว่าดุเดือดที่สุดในโลกมาแล้ว โดยมีการขนานนามกันว่าเป็น ซุปเปอร์ กลาซิโก้ เป็นสองทีมมหาอำนาจลูกหนังแห่งอาร์จนติน่า สองทีมที่ว่านั้นก็คือ เกมที่เจอกันระหว่าง ลิเวอร์เพรท กับ โบค่า จูเนียร์ เกมที่ได้ชื่อว่าดุดเดือด

เกมที่ได้ชื่อว่าถ้าตีกันนั้นมันเป็นเรื่องปกติเลย เรียกได้ว่าต้องการันตีว่ามีตำรวจมากกว่า 2 พันนายเข้ามาคุมสถานะการณ์เมื่อทั้งคู่โคจรมาเจอกัน เพราะอะไรถึงได้ดุ เดือด โหด เถื่อน อย่างนี้ มันเริ่มต้นจากที่ไหน เหตุใด เดี่ยวเราจะไปเจาะลึกพรอ้มๆ กันเลย

ไล่มาจากในช่วงปี 1901 กับปี 1904 เป็นปีที่ทั้งสองทีมนี้ก่อตั้งขึ้นมาไล่เลี่ยกัน แถมยังก่อตั้งมาในระแวกเดียวกันอีกด้วย แถวอู่ซ่อมเรือ เรียกได้ว่าทั้งอสงทีมก็เป็นเพื่อนบ้าน มีมิตรไมตรีดีต่อกันนั้นแหละ แต่พอมาในปี 1920 ทีมลิเวอร์เพรท นั้นได้ย้ายถิ่นฐานไปอยู่ทางเมืองนูเยต ทางตอนเหนือของประเทศ ซึ่งแถวนั้นมันเป็นย่านคนรวย ซึ่งพูดงายๆ ว่า เดิมทีก็อยู่ย่านแรงงาน แต่ไปอยู่ย่านคนรวย เอ๊ะ มันอย่างไงๆ อยู่นะ อะไรแบบนี้ก็เริ่มสะกิตๆ กันมาแล้ว ซึ่งทางแถบโซนอเมริกาใต้เรื่องของการแบ่งชนชั้นมันก็สำคัญ

เรื่องศักดิ์ศรีมันก็ถือว่าจริงจังกันมากในแถบนั้น ซึ่งพูดง่ายๆ ว่ามันก็อาจจะคิดไปว่า โห ไอ้นี่เคยจนแล้วไปรวย อีกฝั่งก็ โถ ไอ้ทีมจนดักดาน อะไรแบบนั้นก็จะมาเป็นสงครามน้ำลายกันอยู่บ่อยครั้งในเวลานั้น แล้วตามประวัติเองก็ยอมรับว่า สาเหตุที่ทำให้ 2 ทีมนี้เกลียดชังกันเสียเหลือเกินก็คือ เรื่องนี้แหละ จน กับ รวย นี่แหละ

ซึ่งมันก็จะมีคำที่เขาใช้ด่ากัน ยกตัวอย่างเช่น แฟนบอลลิเวอรืเพรท ก็จะมีคำด่า แฟนโบค่า ว่า จากีโตส แปลว่า ไอ้หมูน้อย ซึ่งฝรั่งเองก็จะถือว่าเป็นคำดูถูกกัน ทำนองเดียวกันกับบ้านเรา โถไอ้ควาย อะไรแบบนั้นเลย หรือคำว่า โบสเตรรอส แปลว่าไอ้พวกกินขี้ กินปุ๋ย พวกมรึงแม่งจน กินอะไรพวกนี้ไป ทำนองนั้น ส่วนทางแฟนโบค่าก้มีคำด่ากลับเช่นกันมักจะด่าว่า จามีนัส แปลว่า ไก่ แต่มันเป็ฯคำพ้องเสียง เทียบกับบ้านเราก็ประมาณ ไอ้หน้าเหี้ย อะไรทำนองนั้น

ซึ่งตรงนี้เองไอ้การมีคำด่ากัน คำต่อว่าต่อขารกันแบบนี้ มันก็ได้ฝังลึกไปถึงวัฒนธรรม แล้วมันก็สื่บทอดไปยังแฟนบอล ตัวนักเตะ ที่แต่ละทีมนั้นมีรากฐานนานกว่า ร้อยปี มันก็ยิ่งฝังลึกไปเรื่อยๆ อย่างเช่น นักเตะของโบค่า อย่าง คารอส เตเวส ตอนที่เขายิงทำประตูได้ก็จัดการฉลองท่าดีใจ ถอดเสื้อ เต้นท่าไก่ ซึ่งก็เชิงด่าแฟนบอล ก็เกือบจะเกิดเหตุการณ์แฟนบอลจะลงมาถล่มกระทึบ เตเวส แล้วก็เรียกได้ว่า โหด จริงๆ แล้วนี่ก็คือเรื่องเล่าฟุตบอลกับ Sbobet ที่นำมาฝากกันในตอนนี้  

เปิดเส้นทางลูกหนังกับ Sbobet เดินตามทางของพ่อ แคสเปอร์ ชไมเคิล

เปิดเส้นทางลูกหนังกับ Sbobet เดินตามทางของพ่อ แคสเปอร์ ชไมเคิล

    เปิดเส้นทางลูกหนังกับ Sbobet เพจกีฬาออนไลน์สำหรับคุณในตอนนี้ เราจะมาเจาะลึกเส้นทางของยอดแข้งคนหนึ่งที่เรียกได้ว่าคุณพ่อของเขานั้นได้วางเส้นทางที่เรียกได้ว่า แม้แต่ลูกชายที่เป็นลูกไม้หล่นใต้ต้นแท้ๆ สืบทอดดีเอ็นเอมาสายตรงก็ยังยากที่จะดำเนิดรอยตามได้อย่างเทียบเท่าคุณพ่อได้ แล้วก็ถือว่านักเตะคนอื่นๆ ก็ยากที่จะเทียบเส้นทางนี้ได้ แต่เขาผู้นี้ก็จะทำให้ดีที่สุด แคสเปอร์ ชไมเคิล

เขาคือลูกชายที่เป็นอดีตผู้รักษาประตูมือหนึ่งของโลก เขาได้รับแรงบันดาลใจที้นเหลือจากคุณพ่อตั้งแต่ยังเด็ก มันเลยทำให้เขาเลือกเส้นทางเดียวกันกับผู้เป็นพ่อ เขาเลือกที่จะเป็นผู้รักาประตู ทั้งๆ ที่รู้อยู่แล้วว่า สิ่งที่จะตามมานั้นมีมีมากมายเหลือเกิน ทั้งการเปรียบเทียบ ความกดดัน ความคาดหวัง หลายสิ่งหลายอย่างจะถาถมเข้ามาหาเขาไม่รู้จักหยุดจักหย่อน แม้แต่ผู้เป็นพ่อยังไม่อยากให้ลูกชายเลือกเล่นในตำแหน่งนี้เลย แต่ในเมืองเขาเลือกแล้ว มันต้องทำให้เขานั้นพิสุจน์ตัวเองให้ได้

แคสเปอร์ ได้เล่าว่า ตอนที่เขาเด็กๆ นั้นแทบจะไม่มีใครเรียกชื่อของเขาเลย ส่วนใหญ่จะเรียกว่า ลูกของ ปีเตอร์ ชไมเคิล มากกว่า หรือ คำพูดมากมายจากแฟนบอล แต่มันก็มีคำพูดที่ว่า นายเก่งนะ แต่ไม่มีทางเหมือนพ่อนายได้หรอก หรือ แบบนี้พ่อนายก็เคยทำไว้แล้ว มันเป็นคำพูดที่วนเวียนและเคยได้ยินมาตั้งแต่เด็กๆ แต่สำหรับ แคสเปอร์ แม้ว่าจะโดนเย้ยหยัน หรือ โดนดูถูกขนาดไหน เขาก็ยังเลือกที่จะก้มหน้าก้มตา ทำงานหนัก

เพื่อที่จะพิสุจน์ตัวเอง เพื่อก้าวไปอยู่ในจุดสูงสุด แต่ในช่วงแรกมันไม่ได้เป็นไปอย่างที่ฝันเลย ฝีมือในการเฝ้าเสาของเขานั้นไม่ได้ใกล้เคียงกับคนที่เป็นพ่อแม้แต่น้อย เขาเป็นได้ก็แค่นายด่านมือสองของทีมเรือใบสีฟ้า ลงไปเล่นในลีกรอง โดนทีมปล่อยให้ยืมตัว ออกไปเล่นในลีกนอกประเทศบ้าง แล้วในปี 2011 เขาก็โดนทีมลีก ยูไนเต็ด เขี่ยทิ้งแบบไม่ใยดี ไม่มีใครคาดคิดว่า แคสเปอร์ จะก้าวขึ้นไปเทียบกับพ่อของเขาได้ มันยังห่างไกลมาก ห่างไกลจิรงๆ

จนสุดท้ายแล้ว แคสเปอร์ ได้ย้ายไปร่วมทีม เลสเตอร์ ซิตี้ แล้วที่สโมสรแห่งนี้เอง เส้นทางนายด่านชั้นยอดมันก้เริ่มต้นขึ้น เขาพาทีมจิ้งจอกเล่นชั้นขึ้นมาเล่นในลีกสูงสุดได้ แล้วเขาก็สร้างประวัติศาสตร์ ด้วยการพาทีมคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก อังกฤษ นั่นเอง แล้วมันก็คืออีกหนึ่งเส้นทางที่สุดยอด ไม่ยอมแพ้ และ ไม่ยอมท้อถอย ที่เรานำมาฝากคอบอลออนไลน์ทุกท่านที่นี่ Sbobet คลิ๊กเลย